วิธีการตัดสินใจเพื่อปรับกลยุทธ์ของสินค้า

ปัจจัยอย่างหนึ่งของการสร้างสินค้าที่เอาชนะใจคนได้นั้น คือการตัดสินใจว่าสินค้าเราควรจะมี ลักษณะการทำงานอย่างไร ควรเพิ่มอะไรมั้ย วิธีการง่ายๆที่ส่วนตัวเคยสัมผัส สังเกตุ ที่น่าจะพอมีประโยชน์สำหรับคนที่กำลังคิดว่าเราน่าจะไปทางไหน

โยนเหรียญหัวก้อย

ข้อดีของการโยนหัวก้อยคือ เร็ว แต่โอกาสที่จะถูกนั้นมีเพียงแค่ 50% เท่านั้น

ไปตามสัญชาติญาณ

อันนี้ฝรั่งเค้าเรียกว่าตัดสินใจตาม Gut Feeling ข้อดีคือเร็ว และคุณอาจกลายเป็น สตีฟ จ๊อบ คนถัดไป ถ้าสัญชาติญาณของคุณถูกมากกว่า 80 % ข้อเสียคือ ไม่สามารถทำให้คนอื่นเข้าใจว่าทำไม และ ถ้าหากเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด ทุกๆนิ้วมือ นิวเท้าของเพื่อนเราจะพุ่งเป้ามาที่เรา

ประชาธิปไตย โหวตเอา

อันนี้หลายคนชอบและมักใช้เสมอ ข้อดีของมันคือได้ใจทีมดี และได้เข้าใจความคิดเห็นและความเชี่ยวชาญของคนในทีม แต่ข้อเสียคือ หลายครั้งการเมืองในทีมก็ทำให้การตัดสินลากยาว จนบางครั้งไม่ได้ตัดสินใจ (ส่วนมากเห็นบ่อย) และข้อเสียที่หลายคนอาจนึกไม่ถึงคือ บางครั้งการคิดกันเป็นกลุ่มก็มองข้ามเหตุผลไปเหมือนกัน หรือไม่จริง พวกมากลากไป?

การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research)

วิธีนี้เป็นวิธีที่นักการตลาดหลายคนชอบ ข้อดีคือมีโอกาสได้สัมผัสกับถึงความรู้สึกของผู้ใช้งานของเรา การที่เราใช้เวลาเพื่อสังเกตุพฤติกรรมจะทำให้เราเห็นปัญหา หรือแม้กระทั่งโอกาสที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน หลายคนใช้วิธีอัดวิดีโอเวลาคนมาใช้สินค้าของเรา และมันก็เป็นหลักฐานชั้นดีเยี่ยมเพื่อให้ทีมเข้าใจผู้ใช้งานจริงมากขึ้น ข้อเสีย ที่เห็นได้ชัดก็คือ กลุ่มของคนที่เราไปสัมผัสอาจไม่ได้เป็นกระบอกเสียงที่แท้จริงของผู้ใช้งานทั้งหมด และ

แบบสำรวจ (Survey)

อันนี้โดยส่วนตัวไม่ชอบ เพราะว่าเคยเจอแบบสำรวจแบบต้องทำกัน เป็นชั่วโมงมึนกันพอดี ข้อดีของวิธีนี้คือ มีโอกาสเข้าถึงความเข้าใจของคนหมู่มาก และใช้เวลาไม่นานนักเมื่อเทียบกับ การวิจัยเชิงคุณภาพ แต่ข้อเสียที่พอเห็นได้คือคนที่ทำแบบสำรวจมักไม่ได้คิดถึงเวลาที่ใช้งานสินค้าจริง และคนหลายคนที่เป็นพวกขึ้สงสัยอาจรู้สึกไม่เข้าใจว่าแบบสำรวจเราทำไปเพื่ออะไร

A/B Testing  (พยายามแปลเป็นไทยว่า ลองของจริงหลายๆแบบ กับกลุ่มคนที่ใช้งานจริง แล้วเก็บเป็นสถิติ)

หลักฐานทางสถิติจะทำให้เราเห็นถึงแต่ละอย่างที่เราทำเพิ่มว่าถูกใจลูกค้ามากแค่ไหน ส่วนใหญ่ที่เห็นบ่อยคือ ถ้า Confidence Level (คนชอบ หรือว่าคลิก กดบ่อย) มากกว่า 90% ถึงจะทำของนั้นออกสู่ตลาด การเก็บข้อมูลนี้แหล่ะที่จะเปิดตาของเราให้เห็นชัดขึ้น และส่วนใหญ่ผู้บริหารมักเห็นด้วยกับผลลัพธ์อย่างไม่มีเงื่อนไข (ก็แหง ตัวเลขเห็นๆกันอยู่) ข้อเสียของวิธีนี้คือต้องเขียนโคดนานขึ้นและต้องประสานงานกับฝ่ายการตลาดให้ดีมากๆ และพอเวลาเราเริ่มทำมักใช้เวลาหลายอาทิตย์กว่าที่จะได้ข้อมูลเพียงพอเพื่อใช้วิเคราะห์ ข้อเสียอีกอย่างคือ เราไม่สามารถทดลองได้หลายๆโมเดลได้

 

Tagged with:
Posted in Decision, Product, Research

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s

%d bloggers like this: