Yearly Archives: 2013

๓ สิ่งที่ดีที่สุดของปี 2013

หลากหลายเรื่องราวประทับใจมากมายที่เกิดในปี  2013 แต่ขอเลือกสามพระพรไว้ช่วยเตือนความจำตัวเอง พระพรที่ได้เจอคนที่ทำให้เราได้พัฒนาศักยภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทางด้านธุรกิจข้ามชาติ ในหลากหลายประเทศ ทำให้เราเข้าใจวัฒนธรรมของชาติอื่นๆมากขึ้น เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศใหม่ที่ถูกบรรจุเข้าสู่ความทรงจำ ได้มีโอกาสเจอะเจอผู้ใหญ่มากมายในแวดวงธุรกิจ ให้โอกาสเราในการพิสูจน์ว่าทุกอย่างเป็นไปได้ถ้าเราไปด้วยกัน สิ่งหนึ่งที่ได้เรียนรู้มากขึ้นไปอีกคือ ยิ่งเป็นคนเก่งมาก ก็ยิ่งฟังมาก ปีนี้ได้เจอคนเหล่านี้เยอะจริงๆ พระพรเรื่องลูกแฝด ที่ไม่ได้คาดการณ์ แต่เป็นเรื่องดี เพราะทำให้เรารู้ว่าการเป็นพ่อที่ดีนั้น มันยิ่งใหญ่แค่ไหน แต่ยิ่งใหญ่แค่ไหนก็สู้แม่ไม่ได้ เพราะว่าเหนื่อยกว่าพ่อเป็นล้านเท่า ขอบคุณภรรยาที่สุดแสนจะอดทน น่ารัก และไม่บ่นเลยแม้ว่าจะได้นอนไม่เกิน สี่ชั่วโมง มาเป็นเวลาห้าเดือนแล้ว ขอบคุณสำหรับครอบครัวทั้งไทยและเทศที่มาช่วยกันทำให้ครอบครัวเราสมบูรณ์ขึ้น ทำให้เราได้มีเวลาปรับตัวก่อนที่จะเป็นครอบครัวเดี่ยวดังที่ใจหวัง พระพรเรื่องจิตวิญญาณที่ทำให้เราก้าวข้ามขั้นไปอีกหนึ่งขั้นในการให้ความไว้วางใจพระเจ้าที่ บางครั้ง บางเรื่องมืดแปดด้าน แต่พระเจ้าทรงเปิดด้านที่เก้ามาให้เราได้เห็นทางสว่าง แม้แต่ในเส้นทางธุรกิจที่พระเจ้ายังได้ส่งคนมาคอยให้กำลังใจ และสนับสนุนเราเรื่อยมา ขอบคุณภรรยาอีกเช่นกันที่อยู่เคียงข้าง และคอยหนุนใจเวลาที่ท้อแท้ เธอคือพระพรฝ่ายจิตวิญญาณเช่นกัน

Posted in About Me

ความมั่นใจมากเกินไป

วันก่อนแบ่งปันมุมมองในการสร้างความมั่นใจที่ใครๆก็ทำได้ เลยเริ่มมีคนมาถามว่าแล้วความมั่นใจมากเกินไปนั้นเป็นอย่างไรและเราจะเตือนตัวเองได้อย่างไรไม่ให้มั่นใจมากเกินไป ต้องยอมรับว่าส่วนตัวแล้วหลายครั้งก็เป็นคนมั่นใจมากเกินไป และบ่อยครั้งก็เป็นโทษเสียด้วย ดังนั้นจึงต้องคอยเตือนตัวเองเสมอ ซึ่งพอจะนึกออกคร่าวๆคือ 1. ต้องฟังความคิดเห็นทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ไอเดียที่เล็กน้อยและดูเหมือนไม่มีคนฟัง และอดใจที่จะหยุดตัดสินความคิด 2. ต้องรู้ว่าเราไม่รู้อะไร และรู้อะไร คนที่มีความมั่นใจมากเกินไปมักบอกว่าตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญเกือบทุกด้านอย่างเหลือเชื่อ 3. ยอมรับความล้มเหลวต่อหน้าผู้คนและขอโทษไดั เรารู้ดีว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบ คนที่มีความมั่นใจมากเกินมักคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำถูกเสมอ หรือพอผิดแล้วกลบเกลื่อนไม่ยอมรับว่าทำพลาด 4. รับใช้ผู้อื่นช่วยทำให้เราถ่อมใจได้ ทักษะหนึ่งของคนที่มีความมั่นใจคือการถ่อมใจ หลายคนคิดว่าการถ่อมใจคือการไม่เป็นคนมั่นใจในตัวเอง หากแท้จริงแล้วเป็นของที่ไปคู่กันอย่างดี การที่เราถ่อมเพื่อไปรับใช้คนอื่นบ้างจะทำใหัโลกทัศน์เรากว้างขึ้น 5. การเก็บ feedback จากคนรอบด้านช่วยให้เราดึงสติตัวเองกลับมาเรื่อยๆ 6. หยุดทำตัวให้เป็นศูนย์กลางของทุกอย่าง เป็นผู้ตามที่ดีบ้างก็ได้ คนที่มีความมั่นใจตัวเองมักเสพย์ติดการชื่นชมจากคนรอบด้าน และหลายครั้งพอไม่มีคำชมจากคนอื่นก็เริ่มยกย่องตัวเองให้เป็นตัวอย่าง อย่างไม่รู้ตัว 7. หยุดคิดว่าสิ่งที่เราทำไดัหรือคิดได้ เราทำได้คนเดียว เพราะส่วนตัวเชื่อว่าไม่เคยมีอะไรใหม่ๆเกิดขึ้นในโลกนี้ มีแต่คนพยายามแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการที่แตกต่างไป

Posted in Coaching, Confidence

คิดให้รอบคอบ

ความรอบคอบเป็นคุณสมบัติที่ดีถ้าใครจะมีไว้ แต่หากหลายครั้งหลายคนมักอ้างความรอบคอบด้วยการไม่ตัดสินใจ การไม่ดัดสินใจเป็นการขาดความรอบคอบอย่างหนึ่งคือการที่เราไม่สามารถคิดได้ว่าการที่เราไม่ตัดสินใจนั้นก่อให้เกิดปัญหาอะไรได้บ้าง ฉะนั้นอยากให้ถามตัวเองว่า เรากำลังไม่ตัดสินใจอะไรบางอย่างเพราะเรากำลังวางแผนงานเพื่อความรอบคอบ หรือเราแค่อ้างความรอบคอบเพื่อไม่ตัดสินใจ เพราะเมื่อเราไม่ตัดสินใจมันคือการตัดสินใจอย่างหนึ่ง

Posted in Coaching, Decision, Leadership

ครอบครัวเดี่ยวนั้นสำคัญไฉน

วัฒนะธรรมของคนในแถบเอเชียคือการอยู่เป็นครอบครัวใหญ่ เมื่อลูกชายแต่งงานกับหญิงใด ส่วนใหญ่จึงมักย้ายเข้ามาอยู่ในครอบครัวฝ่ายชาย หลากหลายเรื่องราวที่เคยได้ยินสำหรับคู่ชีวิตหลายคู่ที่มักอยู่ด้วยกันไม่ได้เพราะว่าฝ่ายหญิงเองไม่สามารถปรับตัวเข้ากับครอบครัวของฝ่ายชายได้ ในบางคู่นั้นดีหน่อยที่ฝ่ายชายเข้าใจและย้ายออกไปอยู่เป็นครอบครัวเดี่ยว เพราะเข้าใจว่าการที่คนสองคนมาจากครอบครัวที่ต่างกัน การปรับตัวนั้นก็ยากพออยู่แล้ว ถ้าดันมาเจอพ่อตาแม่ยาย หรือว่าพี่น้องของฝ่ายชายอีกคงเป็นเรื่องยากที่ชีวิตคู่จะอยู่ด้วยกันยาก โดยส่วนตัวเชื่อว่าการเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ต้องเป็นครอบครัวเดี่ยว แล้วถ้าเกิดมีลูกขึ้นมา ในช่วงเดือนแรกถึงสามเดือนอาจพออลุ่มอล่วยให้ฝ่ายหญิงไปอยู่กับแม่ของตน เพราะว่าเป็นช่วงที่ต้องการกำลังใจจากแม่แท้ๆ หลังจากนั้นต้องย้ายออกเพื่อว่าจะได้เริ่มปูพื้นฐานการเลี้ยงลูกในแบบฉบับของสองสามีภรรยา จะร้ายจะดีจะได้ไม่มีข้ออ้างให้ตัวเองว่าเกิดจากการเลี้ยงดูของคนอื่น และเป็นการสร้างความรับผิดชอบให้กับทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง ไม่ใช่สักแต่ต้องไปพึ่งพ่อแม่ของตน

Posted in About Me, Family

เมื่อผมกลับไปเป็นนักพัฒนาอีกครั้ง (6 วัน ที่วอดวาย)

อาทิตย์นี้มีโอกาสได้ไปนั่งเรียน Certified Scrum Developer ของ บริษัท  Odd-e  รู้สึกตัวเองได้เรียนรู้อะไรมากทีเดียว หลักสูตรทั้งหมดเรียนทั้งหมดหกวัน วันนี้เป็นวันที่สาม แต่เริ่มได้อารมณ์ตกผลึกจากการทำงานร่วมกันของคอร์สนี้ อาจงงว่า ไปเรียนไม่ใช่หรือ ทำไมไปทำงาน? หลักการของคอร์สนี้คือเอาผู้เรียนเป็นศูนย์กลางสลับกับการสอน ปนกันไป สิ่งที่ได้เรียนรู้อย่างมากนอกจากเนื้อหาที่ดีแล้ว คือ ความวุ่นวาย เป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้ามีข้อตกลงที่ชัดแล้ว งานเดินได้ นักพัฒนาควรจะได้รับการฝึกฝนเรื่องของการใช้  Editor ให้คล่องเพราะว่ามันประหยัดเวลาไปเยอะมาก เขียนเทสก่อนเสมอดูเหมือนเสียเวลามาก แต่มันทำให้โค๊ดกากๆของเราทำงาน และกลายเป็นโค๊ดที่ใช้งานได้ในที่สุด จำไว้เสมอว่า เวลาพัฒนาโปรแกรมให้ทำงานให้ออกมาก่อน แล้วดีไซน์ทีดีจะค่อยๆมาเอง (อย่าลืมทำเทสก่อนด้วย) จำนวนสมองที่คิดอย่างเป็นระบบ มีประโยชน์กว่าจำนวนมือที่อยู่บนคีย์บอร์ด ใช้  Mock เยอะเกินไปทำให้เราด้อยประสิทธิภาพในการเขียนเทส โค๊ดที่ดีไม่มีจริง (เพราะว่านักพัฒนามีความชอบและสไตล์ไม่เหมือนกัน  มีแต่โค๊ดที่ไม่มีกลิ่นเหม็น

Posted in About Me, Developer, Scrum

มาทำความเข้าใจคนบุคลิกเงียบกัน

   

Posted in Talk

เราต้องการให้โลกนี้ยุติธรรมจริงหรือ

พักนี้มักได้ยินคนพูดถึงความยุติธรรม บ่นเรื่องความไม่เท่าเทียมกัน ทำไมคนนั้นได้อย่างนั้น ทำไมคนนั้นได้อย่างนี้ ทำไมๆๆ โดยส่วนตัวแล้วสิ่งหนึ่งที่จริงแท้และเที่ยงธรรมที่สุดในการเกิดมาเป็นสิ่งมีชีวิตคือ เราทุกคนต้องตาย นอกนั้น อย่าได้ถามหาความยุติธรรม สิ่งมีชีวิตหลายอย่างในโลกนี้เกิดมาพักเดียวก็ตายแล้ว ถ้าเราจะมองหาความยุติธรรม ในโลกนี้ มันก็คงไม่ยุติธรรม การที่คนหลายคนทำความดี เพื่อสังคม เค้าไม่ได้ทำเพื่อความยุติธรรม แต่เชื่อเถอะว่าเค้าทำเพื่ออะไรบางอย่าง บางอย่างนั้น อาจจะเป็นความสบายใจ ความสุขทางใจ และผมเชื่อเสมอว่า คนเรานั้นทำอะไร เพื่ออะไรบางอย่างอยู่แล้ว แล้วแต่ว่ามันคืดอะไร บางคนอาจจะอยากได้บางอย่างที่กฏของสังคม ไม่ยอมรับ ก็โดนสังคมประนาม หรือ ติดคุกติดตารางกันไป บางอย่างที่ไม่รุนแรงมาก อย่างมากก็โดยด่าว่า คนที่รวยกว่า ประสบความสำเร็จกว่า ก็เป็นเพียงแค่คนกลุ่มหนึ่งที่ทำบางอย่างให้คนกลุ่มหนึ่งมีมความสุขที่จะใช้สินค้า ผลิตภัณฑ์ หรือบริการ มากกว่าก็เท่านั้นเอง

Posted in Justice, transformation

ความมั่นใจในตัวเองสร้างได้ ด้วย 4 ขั้นตอน

สำหรับหลายๆคนความมั่นใจคงเป็นเรื่องธรรมดาที่อาจมีมาแต่กำเนิด แต่ส่วนตัวเชื่อว่ามีคนอยู่ไม่น้อยทีเดียวที่ ขาดความมั่นใจ และหลายครั้งไม่กล้าทำบางอย่างทั่งๆที่รู้ว่าตัวเองทำได้ เพียงเพราะขาดความมั่นใจ หลายคนเชื่อว่าความมั่นใจเป็นสิ่งที่ติดตัวมา และเป็นเรื่องง่ายมากสำหรับใครหลายคน แต่ส่วนตัวเชื่อว่า ความมั่นใจเป็นเรื่องที่สร้างได้ถ้าเราเริ่มต้น โจทย์หนึ่งที่เจออยู่เป็นประจำในการเป็นโคชคือต้องหาทางที่จะบอกวิธีการสร้างความมั่นใจอย่างง่ายที่ใครก็สามารถเอาไปต่อยอดได้ โดยส่วนตัว ความมั่นใจในตัวเอง คือ ทักษะอย่างหนึ่งในการที่เราสามารถที่จะสร้างความเชื่อให้กับตัวเองในการทำอะไรก็ได้ที่เราต้องการให้สำเร็จลุล่วงไปได้ ไม่ว่าจะมีอะไรกั้นขวาง ซึ่งพอจะคิดออกได้ 4 สิ่งที่เชื่อว่าจะเป็นจุดเริ่มต้น ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับใครก็ได้อย่างแน่นอน การทำซ้ำ เราต้องทำเรื่องเดิมซ้ำๆจนมันไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไป เชื่อว่าทุกๆคนที่เคยเป็นนักกีฬาต่างรู้ดีว่าการทำบางอย่างซ้ำๆคือการสร้างความเชื่ยวชาญ นักฟุตบอบชื่อดังหลายๆคนที่เรารู้จัก เช่น เดวิด เบคแฮม ต่างไม่ได้เกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ในการยิงบอลได้อย่างแม่นยำ แต่หากเกิดจากความเพียรพยายามในการซ้อมยิงบอลเป็นพันๆหมื่นๆลูกเพื่อกระตุ้นให้กลายเป็นความเชื่อมั่น และหลายครั้งกลายเป็นสัญชาติญาณ การลงมือทำซ้ำๆบ่อยๆคือทักษะอย่างหนึ่ง ถ้าเราเป็นโปรแกรมเมอร์ การทำเทสให้เบื่อกันไปข้างหนึ่งคือวิธีที่ง่ายทีสุดในการสร้างโปรแกมที่จะไม่มีบัค ผมยังจำได้ครั้งแรกที่แข่งขันสุทรพจน์เป็นภาษาอังกฤษต่อหน้าคน เป็นพันๆคน จำได้ว่าท่องสุนทรพจน์เป็นร้อยๆครั้ง ต่อหน้าครู เพื่อนๆ พี่ๆน้อง ครอบครัว พอขึ้นเวที มันกลายเป็นอัตโนมัติ

Posted in About Me, Coaching

Inner Peace 內心平靜

  Bangkok is getting cooler during the past few days, 18 to 22 degree Celsius. Something which may be considered as summer for most European. I woke up quite early and spend time alone reading books, praying, and be silent.

Posted in About Me, Coaching

โน้มตัวไปข้างหน้า (Lean Forward)

ลักษณะท่าทีบางอย่างที่คนส่วนใหญ่มักใช้เป็น สัญลักษณ์ของความก้าวหน้าคือการวิ่งไปข้างหน้า ถ้าเราหลายคนเคยเห็นนักกีฬาที่วิ่งแข่ง เรามักจะเห็นอย่างหนึ่งที่เหมือนกันคือก่อนออกตัวทุกคนต้องโน้มตัวไปข้างหน้า หลายคนอาจรู้สึกว่าการโน้มตัวไปข้างหน้านั้นไม่ยาก แต่จากประสบการณ์ การโน้มตัวไปข้างหน้านั้นมีผลอย่างมากต่อการออกตัวของนักวิ่ง ครั้งหนึ่งตอนสมัยมัธยม เคยไปคัดตัวเป็นนักวิ่งในโรงเรียน สุดท้ายก็ได้มีโอกาสวิ่ง เลยได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์ในการฝึกแบบเป็นนักวิ่งช่วงสั้นๆ เชื่อหรือไม่ ว่าโคชของผมเนี่ยใช้เวลาฝึกฝนให้นักวิ่งทุกคนรู้จักการโน้มตัวไปข้างหน้าเป็นเวลานานอยู่หลายวันก่อนที่จะสอนทักษะวิ่งที่มีประสิทธิภาพ และเกร็ดเล็กๆที่ได้มาคือ ต้องมีสมาธิที่จะโน้มตัว ไม่ใช่สักแต่ว่ายืดขาขึ้นเพื่อให้ดูว่าโน้ม ต้องทิ่งน้ำหนักเกินครึ่งของร่างกายไปที่แขน ต้องเงยหน้าขึ้นเพื่อมองเป้าหมายด้วยความรู้สึกมุ่งมั่น  ต้องลองฝึกบ่ายจนหาความกว้างของตัว แขน ขา และจังหวะการดีดขาให้เหมาะกับเราที่สุด วันเวลาผ่านไป ทำให้เราได้เข้าใจว่าทักษะดังกล่าวใช้ในชีวิตด้านอื่นได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนงาน กำหนดเป้าหมาย ซึ่งพออธิบายได้ว่า การที่เราต้องทำอะไรซักอย่างเราต้องตั้งใจและมีสมาธิกับเป้าหมายของเราให้มาก เพราะว่า ถ้าใจวอกแวกแล้วคงยากที่จะออกตัวได้ดี เราจำเป็นต้องทิ่งน้ำหนักของความเป็นตัวเราไปในบริเวณที่จะทำให้เราออกตัวได้ง่ายที่สุด เพราะว่าการพยายามดึงรั้งตัวเองไว้ ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในสนามแข่งขันใดๆ ต้องมีความมั่นใจในทิศทางที่เราจะไป และมุ่งมั่นว่าเราต้องบรรลุเป้าหมาย ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดๆ การเตรียมตัวคือการฝึกฝน ตัวเองอยู่เสมอ และค้นหาวิธีการที่ดีที่เหมาะกับเรา ด้วยการฝึกฝน

Posted in About Me, Coaching, Leadership